แก้ปัญหา หลั่งเร็ว

หลั่งเร็ว เสร็จไว ล่มปากอ่าว หรือ นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ เป็นปัญหากวนใจที่เกิดขึ้นได้กับผู้ชายทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะกับชายไทยเท่านั้น

ซึ่งผู้ชายถึง 1 ใน 3 ต้องเคยประสบกับปัญหานี้

โรคหลั่งเร็วสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกช่วงอายุ ชายหนุ่มอายุ 20 สุขภาพแข็งแรง ก็มีโอกาสเจอปัญหานี้ได้พอ ๆ กับผู้ชายวัย 50

ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในเพศสัมพันธ์ของคู่รักแล้ว ยังส่งผลกับเจ้าตัว ทำให้สูญเสียความมั่นใจ เกิดความเครียด เสียบุคลิกภาพ รวมไปถึงอาจเกิดปัญหาชีวิตคู่ได้อีก

สาเหตุการหลั่งเร็วมีอะไรบ้าง ?

4 สาเหตุ หลั่งเร็ว

การหลั่งเร็ว อาจเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หรือหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ คุณผู้ชายจึงควรทำความเข้าใจและสังเกตว่าสาเหตุการ หลั่งเร็ว ของตัวเองนั้นน่าจะมาจากอะไร เพื่อที่จะได้จัดการแก้ไขได้อย่างตรงจุด

สาเหตุจากสารเคมีในสมอง

ในกระบวนการหลั่งจะมีสารสื่อกระแสประสาทที่ทำหน้าที่กระตุ้นการหลั่งคือ Dopamine และ สารที่ทำหน้าที่ยับยั้งการหลั่งคือ Serotonin นอกจากนี้ยังมีสารสื่อกระแสประสาทอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวข้อง เช่น Adrenaline, Oxytocin, GABA, Nitric Oxide ถ้าสารที่กระตุ้นการหลั่งและยับยั้งการหลั่งทำงานไม่สมดุลกัน จะทำให้เกิดการหลั่งไว หรือหลั่งช้ากว่าปกติ

สาเหตุจากจิตใจ

ข้อนี้หลายคนอาจจะเคยเป็น โดยเฉพาะเวลาที่ตื่นเต้นมาก ๆ เช่น เปลี่ยนคู่นอนใหม่ เปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้ควบคุมไม่ได้ หรือ มีความวิตกกังวล มีความเครียด การมีความรู้สึกผิด การมีประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดี เป็นต้น

สาเหตุจากร่างกาย

ความรู้สึกของน้องชายมีความไวต่อการสัมผัสมากเกินไป เกิดการอักเสบและติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ หรือบริเวณต่อมลูกหมาก ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัญหาที่เส้นประสาท

สาเหตุอื่น

เป็นผลข้างเคียงของยา หรือสารเสพติดบางชนิด เป็นโรคบางโรค เช่น โรคเบาหวาน ไขมันสูง

แค่ไหนถึงเรียกว่าหลั่งเร็ว หลั่งไว ?

โรคหลั่งเร็ว (Premature Ejaculation : PE) ถือเป็นโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพทางเพศอย่างหนึ่ง ทำให้มีการพยายามคิดค้นเครื่องมือเพื่อใช้ช่วยในการวินิจฉัยโรค

หนึ่งในนั้นคือการจับเวลาที่เรียกว่า Intravaginal ejaculation latency time หรือ IELT เป็นระยะเวลานับตั้งแต่สอดใส่อวัยวะเพศจนถึงมีการหลั่งเกิดขึ้น วิธีนี้คู่รักหรือคุณผู้ชายสามารถทดสอบได้ด้วยตัวเอง

หากไม่สามารถควบคุมการหลั่งหลังสอดใส่ได้เกิน 1 นาที หรือมีการหลั่งตั้งแต่ยังไม่สอดใส่ แสดงว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคหลั่งเร็วซะแล้ว

แต่ไม่ต้องกังวลไป วันนี้เรามี วิธีแก้ไขการหลั่งไวที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจโรคนี้กันก่อน เพื่อให้คุณเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะสม

โรคหลั่งเร็วมีกี่ชนิด ?

4 โรค หลั่งเร็ว

โรคหลั่งเร็วแบ่งออกเป็น 4 แบบตามลักษณะของโรค ซึ่งมีสาเหตุและวิธีรักษาแตกต่างกันออกไป ถ้าเราสังเกตตัวเองและบอกได้ว่าเราเป็นโรคหลั่งเร็วชนิดไหน จะทำให้หาวิธีแก้ไขได้ดียิ่งขึ้น

ชนิดที่ 1 หลั่งเร็วแต่เกิด

อาการ พบได้ร้อยละ 2.3-3.2 โรคหลั่งเร็วชนิดนี้ คุณผู้ชายจะมีปัญหาหลั่งเร็วตลอด เกือบทุกครั้ง กับคู่นอนเกือบทุกคน

เรียกได้ว่าหลั่งเร็วตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยมีเพศสัมพันธ์ และยังคงหลั่งเร็วมาโดยตลอด โดยมากจะไม่เกิน 1 นาที บางคนหลั่งตั้งแต่เล้าโลม บางคนหลั่งขณะสอดใส่

สาเหตุ มาจากปัญหาด้านร่างกาย และสารสื่อกระแสประสาท คุณผู้ชายกลุ่มนี้ควรรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัด การใช้ยาทาเฉพาะที่ การทานยา หรืออาหารเสริมที่ช่วยให้ควบคุมการหลั่งได้ดีขึ้น

ชนิดที่ 2 เคยปกติมาก่อน

อาการ พบได้ร้อยละ 3.9-4.8 คุณผู้ชายกลุ่มนี้เคยหลั่งปกติมาก่อน แล้วจู่ ๆ ก็เริ่มควบคุมการหลั่งไม่ได้ เริ่มหลั่งเร็วขึ้น โดยอาจเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจเกิดแบบปุบปับก็ได้

สาเหตุ ภาวะด้านจิตใจ ความวิตกกังวล การเป็นโรคบางอย่าง หรือเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่มนี้อาจต้องมีการรักษาด้วยจิตบำบัด ควบคู่กับวิธีอื่น ๆ

ชนิดที่ 3 หลั่งเร็วบ้าง เป็นปกติ

อาการ พบได้ร้อยละ 8.5-11.4 คือการหลั่งเร็วเฉพาะในสถานการณ์ หรือกับบางคน เกิดแค่บางครั้ง เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ คุณผู้ชายยังคงควบคุมการหลั่งได้ดีอยู่

สาเหตุ ไม่มีและ ไม่จำเป็น ต้องรับการรักษา หรือทานยา เพียงแต่ต้องให้ความรู้ และความมั่นใจ

ชนิดที่ 4 คิดไปเอง

อาการ พบได้ร้อยละ 5.1-6.4 การหลั่งเร็วชนิดนี้จะเกิดขึ้นในผู้ชายที่ควบคุมการหลั่งได้ปกติ หรือนานกว่าปกติ (5-25 นาที) แต่วันดีคืนดีความสามารถในการชะลอการหลั่งเกิดลดลง หรือหลั่งก่อนที่คู่นอนจะถึงจุดสุดยอด

สาเหตุ สูญเสียความมั่นใจ และเข้าใจว่าตัวเองมีปัญหาหลั่งเร็ว เป็นปัญหาทางด้านจิตใจ ต้องได้รับการรักษาด้วยจิตบำบัด

6 วิธีรักษาการหลั่งเร็ว

1. การรักษาด้วยจิตบำบัด

คุณผู้ชายที่มีสาเหตุทางด้านจิตใจ ควรเข้าปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำให้รับมือและจัดการกับความเครียด ความวิตกกังวลได้อย่างเหมาะสม โดยอาจจะได้รับการรักษาร่วมกับวิธีอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

2. การรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัด

มีหลากหลายเทคนิค หลากหลายวิธีให้เลือกใช้ โดยคุณผู้ชายสามารถทดลองหาวิธีที่เหมาะสมและได้ผลกับตัวเอง เช่น

  • ช่วยตัวเอง ให้มีการหลั่งสักครั้งก่อนปฏิบัติภารกิจ 1-2 ชั่วโมง
  • ใจเย็น ๆ ไม่เร่งรีบ ใช้เวลาในการเล้าโลมให้มากขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดความตื่นเต้น สร้างความผ่อนคลาย
  • คิดเรื่องเครียด วิธีนี้อาจจะฟังดูแปลกสักหน่อย แต่ระหว่างปฏิบัติภารกิจให้คุณผู้ชายลองนึกถึงเรื่องที่เครียด ๆ เช่น เรื่องงาน จะช่วยชะลอการหลั่งได้ แต่อย่าเครียดจนถึงขั้นหมดอารมณ์ล่ะ
  • Start-Stop technique หรือ Stop-Pause Method เป็นการฝึกควบคุมการหลั่ง โดยหยุดหรือพักการสอดใส่ เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะมีการหลั่ง เมื่อยับยั้งได้แล้วค่อยเริ่มใหม่ เป็นการฝึกให้รับรู้ความรู้สึกก่อนจะถึงจุดสุดยอด (Pre orgasm) เพื่อให้ควบคุมการหลั่งได้ดีขึ้น
  • Pause-Squeeze technique หรือ Stop Squeeze Method วิธีนี้คล้าย ๆ กับ “Start-Stop technique” คือเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะมีการหลั่ง ให้หยุดสอดใส่ แล้วทำการบีบที่บริเวณเส้นสองสลึง จะทำให้น้องชายไม่แข็งตัวชั่วคราว และยับยั้งการหลั่งได้
  • บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน กล้ามเนื้อส่วนนี้ทำหน้าที่ในการควบคุมการกลั้นปัสสาวะ กลั้นอุจจาระ และควบคุมการหลั่งด้วย ก่อนอื่นเราต้องหากล้ามเนื้อส่วนนี้ให้เจอก่อน โดยการหยุดปัสสาวะกลางคันแล้วเกร็งกล้ามเนื้อที่ใช้กลั้นปัสสาวะ นั่นคือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ในการบริหารทำได้โดยเกร็งหรือขมิบกล้ามเนื้อค้างไว้ 5-10 วินาที 10-20 ครั้งเป็นประจำ

3. การรักษาด้วยยาเฉพาะที่

หลักการของวิธีนี้คือ ทำให้น้องชายเกิดอาการ “ชา” จากฤทธิ์ของยาชานั่นเอง เมื่อมีอาการชาก็จะไวต่อความรู้สึกน้อยลง และช่วยชะลอการหลั่งให้นานขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ออกมาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของสเปรย์ ครีม

แต่สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ยังไม่อนุญาตให้ซื้อขายได้ทั่วไปเหมือนเครื่องสำอางเพราะจัดเป็นผลิตภัณฑ์ยา

วิธีนี้มีข้อเสียคือ อาจเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังของทั้งคุณผู้ชายและคู่นอนได้ การใช้ปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้น้องชายสูญเสียความรู้สึก ไม่ยอมแข็งตัวในเวลาสำคัญ และถ้าผลิตภัณฑ์ใช้ตัวยาชนิดที่ดูดซึมได้ที่ผิวช่องคลอด จะยิ่งทำให้คู่นอนของคุณไม่ถึงฝั่งฝันไปกันใหญ่

ถ้าคุณจะเลือกใช้วิธีนี้ คุณควรซ้อมดูก่อนเพื่อหาระยะเวลาออกฤทธิ์ และปริมาณยาที่เหมาะสมกับตัวเอง

4. การรักษาด้วยถุงยางอนามัยผสมยาชา

วิธีนี้ใช้หลักการเดียวกับการรักษาด้วยยาเฉพาะที่ โดยยาชาถูกใส่เอาไว้ด้านในของถุงยางอนามัยแล้ว ข้อดีคือหาซื้อได้ง่ายและสะดวกกว่า และมั่นใจได้ว่าคู่นอนของคุณจะไม่ชาไปด้วยแน่นอน

5. การรักษาด้วยการทานยา

ตามที่กล่าวไปแล้วว่าสาเหตุหนึ่งของการหลั่งเร็ว เกิดจากสารสื่อกระแสประสาทไม่สมดุลกัน ดังนั้นหากต้องการควบคุมการหลั่งให้ดีขึ้น ต้องใช้ยาที่ไปช่วยเพิ่ม Serotonin ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งนั่นเอง

ยาที่ใช้รักษาอาการ หลั่งเร็ว จึงเป็นยากลุ่มที่เรียกว่า Selective Serotonin Re-Uptake Inhibitor (SSRI) มีฤทธิ์ในการเพิ่ม Serotonin ในสมอง เดิมทียากลุ่มนี้จะใช้รักษาโรคซึมเศร้าแต่มีผลข้างเคียงคือช่วยชะลอการหลั่งได้ด้วย เช่น ดาพ็อกซิทีน (Dapoxetine) พาร็อกซีทีน (Paroxetine) เซอทราลีน (Sertraline) และ ฟลูออกซีทีน (Fluoxetine)

การใช้ยาในการรักษามีข้อเสียคือ อาจเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น กระสับกระส่าย สับสน มีเหงื่อออกมาก สั่น หัวใจเต้นเร็ว และบางรายทำให้หมดอารมณ์ทางเพศไปเลย การใช้ยาจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

6. การรักษาด้วยการทานอาหารเสริม

อย่างที่รู้กันดีว่าการรักษาด้วยยาไม่ว่าจะเป็นยาทาภายนอก หรือการทานยา ไม่ใช่เรื่องง่ายในประเทศไทย เพราะไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ต้องซื้อกับเภสัชกร หรือสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น บางครั้งผู้ป่วยมีความเขินอาย หรือไม่สะดวกที่จะไปพบแพทย์

อาหารเสริมจึงเป็นอีกหนึ่งทางออก ซึ่งมีข้อดีคือ หาซื้อง่ายได้เอง ปลอดภัย ไม่มีอาการข้างเคียง เช่น

  • โสม ถูกใช้รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสารเคมีในสมองที่เป็นตัวตั้งต้นในการผลิต Serotonin อีกด้วย
  • วิตามินบีรวม จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ Serotonin โดยเฉพาะ B6, B12 และ Folate
  • ซิงค์ หรือสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และร่างกายต้องใช้ในการสังเคราะห์ Serotonin
  • แอล-อาร์จินีน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยเพิ่มไนตริกออกไซด์ (NO) ในร่างกาย มีการเก็บผลเลือดของผู้ที่มีปัญหาหลั่งเร็วพบว่าส่วนใหญ่จะมีปริมาณ NO ในร่างกายต่ำ ดังนั้นการเพิ่ม NO จะช่วยให้ชะลอการหลั่งได้
  • สารสกัดจากเปลือกสน มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และเพิ่มการผลิต NO เช่นเดียวกับแอล-อาร์จินีน
  • กิงโกะหรือแปะก๊วย ช่วยในการสร้างสารสื่อกระแสประสาทในสมอง

อาหารเสริมท่านชาย OMG Emperor
มีส่วนผสมเพื่อการบำรุงครบจบในเม็ดเดียว

  • แอล-อาร์จินีน 240 มก.
  • โสมเกาหลี 60 มก.
  • ใบแปะก๊วย 40 มก.
  • ซิงค์ 35 มก.
  • สารสกัดจากเปลือกสน 30 มก.
  • วิตามินบี 12 0.4 มก.
  • และอื่น ๆ อีกเพียบ
OMG Emperor อาหารเสริมท่านชาย
สั่งซื้อสินค้า คลิก

อ้างอิง

  1. Arie P., Ege CS. 2016. Classification and definition of premature ejaculation. Transl Androl Urol. 2016 Aug; 5(4): 416–423.
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5001991/
  2. กวิรัช ตันติวงษ์, ศุภางค์ ศรีทอง. 2018. โรคหลั่งเร็ว (Premature ejaculation). Chula Med J Vol.62 No.5 September – October 2018.
    http://clmjournal.org/_fileupload/journal/452-4-13.pdf
  3. Sukumar RG., Azheel K. 2014. Premature ejaculation: A review. Indian J Sex Transm Dis AIDS. 2014 Jul-Dec; 35(2): 92–95.
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4553859/
  4. Chris GM. 2007. Premature ejaculation. Indian J Urol. 2007 Apr-Jun; 23(2): 97–108.
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2721550/
  5. Lei Liu et al. 2015. Herbal Medicine for Anxiety, Depression and Insomnia. Curr Neuropharmacol. 2015 Jul; 13(4): 481–493.
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4790408/
  6. A Otunctemur et al. 2013. Relevance of serum nitric oxide levels and the efficacy of selective serotonin reuptake inhibitors treatment on premature ejaculation: decreased nitric oxide is associated with premature ejaculation. Andrologia. 2014;46(9):951-5.
    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24118023/